วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เผด็จการทหาร จะสอนประชาธิปไตยได้จริงหรือ???

เผด็จการคือเผด็จการไม่รู้ว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร..แล้วจะมาสอนประชาธิปไตยได้อย่างไร .อำมาตย์เผด็จการทรราชจะบ้าคลั่งไปถึงไหน หยุดได้แล้ว !!!! ปล่อยให้ประชาชนไทยและประเทศไทยได้มีอิสระเสรีในการเลือกอนาคตของตนเอง ....


[​IMG]

เป็นทหารอยู่ดีๆ กลายเป็นโจรไปซะแล้ว
อัจฉริยะทุกเรื่อง(เหมือนพ่อมัน)
นอกจากเก่งเรื่องเฉพาะทาง(ยิงคนมือเปล่า,กระทืบคนแก่, ข่มขืน ฯลฯ)
ยังเข้าใจระบบประชาธิปประไตยลึกซึ้งมากกว่ามนุษย์ทั่วไป อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เฟซบุ๊ก Wassana Nanuamได้เผยแพร่ข้อความมีเนื้อหาว่า
ทหาร เล็ง สอนประชาธิปไตย ที่แท้จริง ชาวบ้านที่ถูกฝังชิพในหัวพรัอมทำความเข้าใจสถาบันฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวงท่านไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง ยันต้องมี ม.112

"พล.ท.กัมปนาท" ผอ.ศูนย์ปรองดองฯ เผยปรารถนา ให้ ส.ส. นักการเมืองทุกพรรค นายกรัฐมนตรี สามารถเดินได้ทุกตารางนิ้ว ทั่วทุกภาคของประเทศไทยชี้งานสำเร็จ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่งชุดประเมินเช็คหมู่บ้านแดงลั่นปัญหาอยู่ที่แกนนำฝังชิพชาวบ้าน เผยทหารต้องอธิบาย การปกครองประชาธิปไตยที่แท้จริง ระบุการเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่เปลือกนอกของ ปชต.เผยแจงเรื่องสถาบัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวงท่านไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง ติง นักข่าวBBC ถามเรื่อง ม.112 ติงต่างชาติอย่าล้ำเส้นเพราะแต่ละประเทศมีศักดิ์ศรีชี้ไม่ใช่การจัดระเบียบโลก ไทยมีสติปัญญาแก้ไขเองได้

พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวถึงงานของศปป.ว่า ประเมินผลและอยู่ในเกณฑ์พอใจ ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือส่วนคลื่นใต้น้ำก็จะต้องอาศัยการพูดคุยและการทำความเข้าใจ

"เราได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ถ้าหากว่าศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปสำเร็จเราก็จะได้เห็นว่านายกรัฐมนตรีนักการเมืองส.ส.ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือ ฝ่ายค้านทุกคนต้องเดินได้ทุกตารางนิ้วในประเทศไทยนี้ ไม่ใช่เดินได้เฉพาะในภาคใดภาคหนึ่งต้องเดินให้ได้ในทุกพื้นที่ นายกรัฐมนตรีต้องบริหารราชการได้ ส่วนส.ส.ก็จะต้องลงพื้นที่ดูแลประชาชนทุกกลุ่มก้อน นี่คือสิ่งที่เราปรารถนา"

"ในส่วนหมู่บ้านเสื้อแดงนั่น เราก็มีการลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจซึ่งมองว่าชาวบ้านไม่ได้มีปัญหาแต่ที่สำคัญอยู่ที่แกนนำไปบอกข้อมูลที่ผิดๆหรือเป็นการฝังชิพในหัวของชาวบ้าน ทำให้เขาเข้าใจบางสิ่งบางอย่างที่คาดเคลื่อนไปซึ่งจะเห็นได้ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมามีการฝังข้อมูลด้านเดียว และปฏิเสธข้อมูลด้านอื่นๆ ตรงนี้จะต้องเข้าไปชี้แจงกับชาวบ้านเพื่อให้รับข้อมูลข่าวสารในหลายทาง"

พล.ท.กัมปนาท ระบุว่า เราต้องไปอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้องคืออะไรไม่ใช่เฉพาะแค่การเดินไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือต้องเคารพเสียงข้างมากนี่ถือเป็นเปลือกนอกของระบอบประชาธิปไตยแต่ในส่วนของเปลือกในของระบอบประชาธิปไตยคืออะไร

"สิ่งเหล่านี้จะต้องให้เขาเรียนรู้เหมือนกับเรื่องสถาบันก็จะต้องเข้าไปชี้แจงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวงท่านไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชังแต่ปัญหาต่างๆมีคนเอาสถาบัน และม.112ไปเกี่ยวข้อง และสร้างความเกลียดชังจนทำให้เกิดความขัดแย้งและจากรับฟังความคิดจากทุกฝ่ายก็ไม่มีใครเสนอให้แก้ไข ม.112"

"อย่างกรณีของ นายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวBBC ประเทศอังกฤษ ที่มาสัมภาษณ์เขาก็ได้สอบถามในประเด็น ม.112 ซึ่งผมได้ถามไปว่าในประเทศของคุณมีกฎหมายที่ปกป้องประธานาธิบดีหรือไม่ซึ่งทุกประเทศมีกฎหมายที่คุ้มครองผู้นำทั้งหมดแต่พอประเทศของผมมีคุณก็มาว่าซึ่งผมว่ามันไม่ถูกต้องมันไม่ใช่ในแต่ละประเทศก็จะต้องมีศักดิ์ศรีของประเทศเขาไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเป็นแบบนี้หมดมันไม่ใช่การจัดระเบียบโลกบ้านของเราเรามีสติปัญญาคิดเองเป็นแก้ปัญหาเองได้และเราก็มีความเป็นประชาธิปไตย"พล.ท.กัมปนาท ระบุ
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline

เปิดโปงขบวนการล้มเจ้าต่างแดน ใช้องค์กรสิทธิมนุษยชนบังหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2557, 12.38 น.

3 ก.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก"Thailand Focus News" ได้รายงานข้อมูลจุดเชื่อมโยงขบวนการล้มเจ้าในต่างประเทศ ซึ่งใช้องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (TAHR) และ มหาวิทยาลัยประชาชน (TPRUD) เป็นฉากบังหน้า โดยมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีตามหมายศาล เป็นผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
 
แฟนเพจดังกล่าวรายงานว่า หลายคนในกลุ่มขบวนการล้มเจ้า อาทิ นายมนูญ (เอนก) ชัยชนะ เจ้าของร้านคิงส์ออฟไทยนู้ดเดิ้ล นายเสน่ห์ ถิ่นแสน (ดร.เพียงดิน รักไทย) นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน (ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ) นายองอาจ ธนกมลนันท์ (อาคม ซิดนี่ย์) นายอำนวย แก้วชมภู (วู๊ดไซค์ นิวยอร์ค)  และน.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส เสื้อแดง ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีหมิ่นเบื้องสูง มักจะใช้เครื่องมือทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค โจมตีว่าร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังอ้างสิทธิด้านมนุษยชน เปิดเกมวิจารณ์การทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งยังมีการเดินสายล็อบบี้หน่วยงานต่างๆ ในต่างประเทศ ให้ประท้วงการรัฐประหารของไทย โดยมีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ
 
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (TAHR) และ มหาวิทยาลัยประชาชน (TPRUD) ยังทำงานคู่ขนานกับองค์เสรีไทยฯ ร่วมกับนายจักรภพ เพ็ญแข เคลื่อนไหวในต่างประเทศ สร้างแนวร่วมด้วยความเชื่อที่ผิดๆ และสร้างความเท็จโจมตีสถาบันสูงสุดของไทย
 
Thailand Focus News รายงานในเฟซบุ๊กไว้ดังนี้
 
เปิดจุดเชื่อมโยงเบื้องลึกกลุ่ม"ล้มเจ้า" "องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" (TAHR) และ "มหาวิทยาลัยประชาชน" (TPRUD) ที่มี "ทักษิณ" ให้การสนับสนุน เบื้องลึก "องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" (TAHR) และ "มหาวิทยาลัยประชาชน" (TPRUD)
 
ในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ก่อการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อปรามมิให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองระหว่างประชาชนที่สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเห็นได้ว่าช่วงเวลานั้นมีความเคลือนไหวในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวในต่างประเทศ สร้างกระแสประท้วงอ้างสิทธิมนุษยชนต่อการปฏิวัติของ คสช.มาตลอด โดยเฉพาะกรณีที่เรียกตัวกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในบ้านเมืองทั้งหมดให้ไปรายงานตัวเป็นต้น
 
จากพฤติกรรม หลายๆอย่างที่ เกี่ยวของโยงใยของ กลุ่มเครือข่ายของ องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน(TAHR) นั้นจะสังเกตได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่องต่อสถาบันฯอยู่หลายคน และในจำนวนเกือบทั้งหมดเป็นบุคคลที่ไม่ไปรายงานตัว ตามคำสั่งเรียกตัวของ คสช.ทั้งสิ้น
 
Ads by PlusHD.4Ad Options
องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (TAHR) ซึ่งมี นาย มนูญ (เอนก) ชัยชนะ เป็นประธาน เปิดเกมวิจารณ์การกระทำของทหารโดยเดินเกมคู่ขนานกับ องค์กรมหาวิทยาลัยประชาชน (TPRUD)ซึ่งมีนาย เสน่ห์ ถิ่นแสน(ดร.เพียงดิน รักไทย)เป็นผู้ดำเนินการสำคัญเชื่อมโยงขบวนการฝ่ายที่ต่อต้านสถาบันเบื้องสูง ปูพรมอ้างสิทธิมนุษยชนจุดกระแสเสรีชนให้กระด้างกระเดื่องต่อรัฐ ด้วยการปลุกระดมทั้งสื่อโซเชียลและ เดินสายยื่นซองล๊อบบี้แก่หน่วยงานต่างๆในต่างประเทศ เพื่อประท้วงการรัฐประหารในประเทศไทย ซึ่งหากมีใครได้ฟังการปลุกระดมผ่านสื่อโซเชียลของกลุ่มเหล่านี้ก็จะทราบว่า แท้จริงแล้วมีการโยงเรื่องราวที่หมิ่นฯสถาบันเบื้องสูงตาม ม.112 มาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากแบบที่เรียกได้ว่า เป็นความเชื่อในระดับความเชื่อพื้นฐานกันทีเดียว
 
 
นางดารุณี กฤตบุญญาลัย อดีตนักแสดงสายเลือดเวียดนาม-จีน ถ่ายรูปร่วมกับ นายเสน่ห์ ถิ่นแสน และนายมนูญ (เอนก) ชัยชนะ ในงานพิธีเปิดองค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ณ ซานฟรานซิลโก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2555 โดยมีชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีตามหมาย อยู่บนป้ายให้การสนับสนุน
 
หลายๆคนในกลุ่มเครือข่ายของการปลุกระดมผ่านสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คเช่น องค์กร ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (TAHR) และ องค์กรมหาวิทยาลัยประชาชน นั้น มิใช่จะเกี่ยวข้องแค่กับ นาย มนูญ ชัยชนะ และ นายเสน่ห์ ถิ่นแสน เท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายคน เช่น นาย ชูพงศ์ ถี่ถ้วน(ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ) , นาย องอาจ ธนกมลนันท์ (อาคม ซิดนี่ย์), นาย อำนวย แก้วชมภู(วู๊ดไซค์ นิวยอร์ค), และ นางสาว ฉัตรวดี อมรพัฒน์ (โรส) ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในแต่ประเทศ ออกมาร่วมกันปลุกระดม ปลุกเร้าให้กระด้างกระเดื่องต่อสถาบันฯ ซึ่งเรียกได้ว่า นอกจากผิดป.อาญา ม.112 แล้วนั้น ยังอาจมีความผิดในป.อาญา มาตรา 116 ซึ่งในกฏหมาย กำหนดรายระเอียดดังนี้
 
Ads by PlusHD.4Ad Options
 
น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ - นายอำนวย แก้วชมภู - นาย มนูญ ชัยชนะ และ นายเสน่ห์ ถิ่นแสน สไกป์ปลุกระดมโจมตีสถาบัน ผ่านเว็บไซต์ยูทูป
 
มาตรา 116 ผู้ใด กระทำให้ปรากฏ แก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือ วิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำ ภายในความมุ่งหมาย แห่ง รัฐธรรมนูญ หรือมิใช่ เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือ ติชม โดยสุจริต
(๑) เพื่อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลง ในกฎหมายแผ่นดิน
(๒) เพื่อให้ เกิดความปั่นป่วน หรือ กระด้างกระเดื่อง ในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะ ก่อความไม่สงบขึ้น ใน ราชอาณาจักร หรือ 
(๓) เพื่อให้ ประชาชน ล่วงละเมิด กฎหมายแผ่นดิน
 
แหล่งข่าว โลกไซเบอร์ แจ้งเบาะแสเพิ่มว่าเบื้องหลังขององค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน(TAHR) และ มหาวิทยาลัยประชาชน(TPRUD) นั้นมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น ที่ตั้งขึ้นไว้ใช้ฟอกตัวขบวนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อเดินเกมอ้างสิทธิมนุษยชน ถล่มคสช. และ ช่วยเหลืออดีตนายก ทักษิณ ชินวัตรผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุน และเป็นที่น่าสังเกตุ ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ประสานทำงานคู่ขนานกับแนวทางขององค์กรเสรีไทย ของนายจักรภพ เพ็ญแขในด้านการเคลื่อนไหวในต่างประเทศ สร้างแนวร่วมความเชื่อผิดๆในพื้นที่ของคนไทยพลัดถิ่นตามประเทศต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงกฏหมายประเทศไทยที่อาจเข้าไม่ถึง เพื่อป้อนให้องค์กรเสรีไทย โดยมีจุดเชื่อมที่ เบื้องหลังความสัมพันธุ์ "เจ๊ขก" นามปากกา ปริศนาในโลกไซเบอร์ซึ่งมีวาทะกรรม ให้ร้ายสถาบันฯ กับ นายจักรภพ เพ็ญแข
 
จากการสืบค้นในโลกไซเบอร์แล้ว "ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" (TAHR) 
ก่อตั้งเมื่อ 28 มิถุนายน 2555 ในประเทศสหรัฐ โดยริเริ่มจากนายเสน่ห์ ถิ่นแสนกับพรรคพวก ร่วมก่อการ ต่อมามีการเปิด "องค์กรมหาวิทยาลัยประชาชน" (TPRUD) เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อใช้เป็นช่องทาง ในการ ปลุกระดม โดยอ้างว่าเป็นการจัดกิจกรรมทางโซเชียลเน็ตเวิรค ในทางวิชาการเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่แท้จริงแล้วเอาไปใช้ดำเนินกิจกรรมปลุกระดมสร้างเครือข่ายในต่างประเทศและสร้างความเท็จโจมตีสถาบันเบื้องสูงของไทย
 
 
นายเสน่ห์ ถิ่นแสน ถูกเปิดโปงว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ 
 
ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2555 กลุ่ม "องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" (TAHR) ได้รับการสนับสนุนเงินทุนและเปิดศูนย์ใหญ่แห่งแรกที่ เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐ โดยมี นาย เอนก ซานฟราน(มนูญ ชัยชนะ)เจ้าของร้านราชาก๋วยเตี๋ยวเรือในซานฟรานฯ เป็นหัวหอกในเวลานั้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับข่าวเหตุการณ์ที่อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปเยือนมวลชนเสื้อแดงในซานฟรานซิสโก เมื่อ เดือนสิงหาคม ปี2555 โดยใช้ร้านก๋วยเตี๋ยวของ นาย มนูญ ชัยชนะ เป็นสถานที่พบปะกับกลุ่มคนเสื้อแดงในซานฟรานซิสโก อ้างอิงข่าวจากเว็บไซต์ของสำนักข่าวอิสราบอกว่า อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร มาร่วมทำพิธิเปิดสำนักงานขององค์กรภาคีไทยฯ อย่างเป็นทางการ และ ดร.เพียงดิน รักไทย ก็บอกว่าภารกิจแรกขององค์กรนี้คือ "การช่วยเหลืออดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร" เพราะเป็นบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ถูกยึดอำนาจในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในประเทศ ในปี 2549 นั้นเอง
 
ส่วนประวัติย้อนหลังทางการเมือง ของ นาย เสน่ห์ ถิ่นแสน นั้นก็มีประวัติในการปลุกระดม เสื้อแดง ตั้งแต่ปี 2553 โดยมีนัยยะทีลึกซึ้งต่อต้านสถาบันเบื้องสูงอย่างยิ่ง เพราะ จัดตั้งกลุ่ม "มดแดงล้มช้าง" โดยการนำของ นาย เสน่ห์ ถิ่นแสน และกลุ่มเสื้อแดงเยอรมันนี ก่อนที่จะจัดกิจกรรม ภายใต้ชื่อองค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษย์ชนในปัจจุบัน
 
 
และหาก ย้อนดูประวัติ นาย มนูญ ชัยชนะ (เอนก ซานฟราน) ประธานของ องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเจ้าของ ราชาก๋วยเตี๋ยวเรือในซานฟราน นั้น ก็พบว่ามีประวัติเบื้องหลังที่อื้อฉาวเช่นกัน โดยสำนักข่าว สยามทาวส์ยูเอส (สำนักข่าวไทยในสหรัฐ) กล่าวว่า นาย มนูญ ชัยชนะ เคยมีพฤติกรรม หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตั้งแต่ปี 2546-47 แล้ว ซึ่งเวลานั้น เขาเคยจัดรายการใน ไอพีทีวี โดยมีชื่อรายการ ว่า "ประชาธิปไตยทูเดย์" แต่เพราะความขัดแย้งในกลุ่มผู้จัดรายการจึงทำให้ต้องปิดตัวลง
ต่อมาในวันที่ 20 - 28 พฤศจิกายน ปี2556 กลุ่ม"องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" (TAHR) เคยประกาศจะชงยื่นซองโดยนำเรื่องการขอนิรโทษกรรมให้กับชินวัตรเข้าสู่ศาลโลก โดยเดินทางไปกรุงเฮก เพื่อเรียกร้องให้สากล ให้สิทธิอันชอบธรรม แก่ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งนี้ โดยกล่าวอ้างว่างานเอกสารอยู่ภายใต้การประสานงานของหน่วยงานเพื่อสิทธิมนุษยชนภายใต้ชื่อ "องค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน" หลายทวีปซึ่งเดิมทีคือมวลชนเสื้อแดง นั้นเอง
 
จากความเคลื่อนไหวโยงใยกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ต่างเกี่ยวพันกันจนแยกไม่ออก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมประชาชนถึงมั่นใจว่า พตท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกปฏิวัติเป็นผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหมด ตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจจนตกจากอำนาจและกระทั่งรัฐบาลนอมินีที่น้องสาวของตนเองโดนปฏิวัติซ้ำรอยอีกครั้งในเวลานี้
 
พฤติกรรมล้วนเป็นเครื่องส่อเจตนาทั้งนั้น
 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก : Thailand Focus News


ศึกบัลลังก์เลือดแท้ๆ

สังคมทาสภายใต้ระบอบเผด็จการกษัตริย์ภูมิพล...จะถูกสืบทอดไปจนถึงลูกสาวคือนางทอมพุงโตที่กำลังเตรียมตัวขึ้นนั่งบัลลังก์เลือดแทนพ่อ...

..............."สังคมทาส" ...............




โดย  แสงตะวัน


  ภาพนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าเมืองไทยยังเป็นสังคมทาส  คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่เท่าเทียมกันไม่มีเหลืออยู่เลยในประเทศไทย มีอะไรที่แตกต่างกันของคนสองคนระหว่างนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยที่ประชาชน เลือกมา กับอีกคนที่เป็นกาฝากสังคมที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้แก่ประเทศชาติและสังคม ไทย   ไม่ทำอาชีพอะไรนอกจากหากินบนหลังคนไทย  แล้วนายกรัฐมนตรีของไทยต้องนั่งลงกราบแทบเท้าและภาพนี้ก็กระจายออกไปให้ชาว ไทยและชาวโลกได้เห็นอย่างชัดแจ้งถึงความไม่เท่าเทียมกันของสังคมไทยที่ยัง เป็นสังคมทาสโบราณหล้าหลังที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกจนทุกวันนี้ ...เป็นเรื่องที่ประชาชนชาวไทยทั้งหลายไม่สามารถยอมรับได้กับการปกครองภาย ใต้ระบอบกษัตริย์เผด็จการ    ประเพนีหมอบคลานนี้ไม่ควรจะมีอีกต่อไปในประเทศไทย.....    .

ศึกบัลลังก์เลือดแท้ๆ แต่เลือดนั้นดันตกมาเป็นของประชาชน " บัลลังก์เลือด (แต่เป็นเลือดของประชาชน).."..มันถึงเวลากันหรือยัง ที่ทุกคนกล้าพูดความจริงกันซักที ครับ “เราจะสู้กับใคร” เอวัง ได้เสียกันม้วนเดียวไปเลย จะตายหมื่น ตายแสนหรือ ตายล้าน มันก็คือตายเหมือนกัน.จะตายเพื่อคนตระกูลเดียว หรือตายเพื่อ อิสรภาพถาวร ก็เลือกเอา ....ฝากบทความนี้ให้พี่น้องเพื่อนร่วมชาติทุกคนได้อ่านและศึกษาเพื่อจะได้เข้าใจปัญหาความจริงทั้งหมดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร....แล้วประชาชนไทยเลือกตัดสินใจเลือกอนาคตของตนเองว่าจะอยู่อย่างทาสหรือจะร่วมมือกันสู้เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้เป็นไทมีอิสระภาพ เสรีภาพ ภารดรภาพ..

ศึกบัลลังก์เลือด


โดย  อ่างขาง


หากวันนี้ ถ้าใครคนหนึ่งยังมีสติดีอยู่ แล้วได้มีโอกาสมานั่งทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ภายในช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาคงนั้นคงจะรู้แล้วว่า เขานั้นคิดผิดไปเสียแล้ว

เริ่มจาก เรื่องภายในครอบครัวตัวเองแท้ๆ ที่ตนเองกลัวว่าทรัพย์สมบัติที่ได้สร้างเอาไว้ทั้งหมดจะสูญสิ้นไป โดยการล้างผลาญของลูกชายที่คาดว่าจะได้ขึ้นครองบ้านหลังใหญ่ต่อไปแน่ ตามประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างช้านานของวงศ์ตระกูล แล้วเกิดอาการเครียดขึ้นมา

คิดการอย่างแยบยล ที่จะเขียนพินัยกรรมใหม่ขึ้นมา ที่ต้องทำให้ตนเองได้รับความรู้สึกที่ดีกับลูกๆด้วย จึงได้อาศัยกฎของบ้านเป็นตัวกำหนดหลังจากตนเองต้องจากโลกใบนี้ไปแล้วโดยยืมมือพ่อบ้านออกแรงเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมให้เห็นหน่อย แต่ ในการดำเนินการเพื่อแก้กฎบ้าน มันดันมีคนอีกผู้หนึ่งในตำแหน่งสามารถยับยั้งเรื่องนี้ได้ แผนนี้มันจึงต้องกลายเป็นเรื่องสลับซับซ้อนขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง จึงต้องเริ่มต้นจากการกำจัดคนๆนี้ก่อนเรื่องจึงจะสำเร็จได้

“ทักษิณ” ก็คือคนผู้นั้น ที่กำลังสะสมบารมีต้องตกเป็นเหยื่อเรื่องนี้อีกคนหนึ่ง ในหมากเกมที่ท่านผู้อวุโสกำหนดให้ จะต้องสิ้นไปด้วยทั้งชีวิตและบารมี แม้ว่าตนเองสามารถแก้กฎบ้านได้สำเร็จแล้วก็ตามที แต่ก็ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ยังนอนตายตาไม่หลับ วันดีคืนดี ทักษิณผู้นี้อาจมีการแก้กฎบ้านคืนกลับไปเหมือนเดิมก็ย่อมทำได้

 เมื่อตั้งโจทย์ไว้ก่อน ว่า “ทักษิณ” มันจึงผิดตั้งแต่เริ่มต้น 8 ปีที่ผ่านมา เมื่อผิดมันจึงบานปลาย เมื่อบานปลายแทนที่จะรีบหาทางแก้ไข กลับย้อนศร ทำสิ่งที่มันผิดจะให้กลับไปถูกให้ได้อีก มันจึงเละเทะไปกันใหญ่ พวกขุนพลอยพยัก ทั้งหวังดีหวังร้าย เสนอหน้าเข้ามาช่วยแก้ปัญหากันเพียบ

การที่จะกำจัดคนที่ชื่อ ทักษิณ มันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย มันต้องมีการวางแผนเตรียมการอย่างแนบเนียน ต้องร่วมด้วยช่วยกันหลายภาคส่วน และหนึ่งในนั้น ต้องมีทั้งภาคประชาชนเป็นผู้จุดชนวน สมทบด้วยกลุ่มตุลาการเป็นผู้ชี้ขาด เพื่อมิให้พลาด กลุ่มสุดท้ายที่จะต้องทำเมื่อทุกฝ่ายดำเนินการแล้วไม่สัมฤทธิ์ผล ต้องใช้กลุ่มกำลังติดอาวุธเข้าทำการปิดบัญชีซะเลย

เริ่มจากฟากประชาชน ที่ต้องทำลายความเชื่อถือก่อน นั่นคือการใช้ สื่อ ใส่ร้าย “ทักษิณ”ให้หมดความชอบธรรมให้ได้ เอาทั้งความจริงความเท็จออกมาเล่น โดยมุ่งหมายให้จมธรณีไม่ต้องผุดต้องเกิดกันไปเลย ส่วนเนื้อหาเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงและรู้สึกโกรธเกลียดได้อย่างรวดเร็ว ก็ไปหยิบเอานิยายปรัมปรามาเล่นใหม่ นั่นคือนิยายเรื่อง “ล้มจ้าว” ลงทุนเอาข้อมูลเก่าๆ ในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สองมาเล่น ทั้งนี้เพื่อจะได้โทษว่า ทักษิณ ใส่ร้ายเจ้า (แท้จริงจะมีใครสักกี่คนรู้ข้อมูลพวกนี้บ้าง) แต่การเล่นครั้งนี้มันเล่นเกินบทมากไปหน่อย ดันไปเอาข้อมูลของใครบางคนมาเล่นในโลกไซเบอร์ด้วย พร้อมหลักฐานจากต่างชาติเป็นหลักฐานมัดแน่น แทนที่ผู้คนในแผ่นดินจะรุมด่าทักษิณและกล่าวหาว่าทักษิณคิดการใหญ่จะล้มล้างสิ่งต้องห้าม กลับ มีผลตรงข้าม กลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่ดันไปเชื่อเนื้อหาข้อมูลที่นำออกมาเผยแพร่ และ กลุ่มคนที่รับรู้ก็ดันเอามาเผยแพร่ต่อๆกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แบบนั้น จนผู้คนได้รับรู้เรื่องจริงกันทั้งหมด

เรื่องเลยกลับตาละปัดไป เริ่มจากการกำจัดทักษิณคนเดียว กลับกลายเป็นต้องมีศัตรูเพิ่มอีกหลายล้านคน

แทนที่จะสำนึกว่าผิดไปแล้วและหาทางแก้ไขแล้วเปลี่ยนแผนใหม่ แต่ยังดื้อรั้นไม่ทำและยังเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ ที่ทำมาแล้วทั้งหมดนั้นคือ เดินมาถูกทางแล้ว

เปิดยุทศาสตร์ใหม่ด้วยการเปิดเผยเบื้องหลังกันแบบตรงไปตรงมาให้ประชาชนเห็นกันชัดๆไปเลย ”มึงสู้อยู่กับใคร” เพราะคาดการว่าถ้าใช้ยุทธศาสตร์นี้ ประชาชนหลายล้านคนจะต้องเปลี่ยนใจแน่ๆ

ผิดคาด ปี53 มืดฟ้ามัวดินออกมาต้านกันเพียบ เมื่อผิดคาดก็เลยพาล 100ศพของประชาชนผู้บริสุทธิ์จึงเกิดขึ้น คนสูญหายนับไม่ถ้วน คนเจ็บคนพิการอีกคณานับ ทรัพย์สินถูกทำลายกันนับมูลค่าหลายพันล้านบาท เศรษฐกิจสูญไปกว่าที่จะประเมินได้ บทเรียนครั้งนี้ซื้อมาด้วยราคาแพง

เมื่อไม่สมฤทธิ์ผล เล่นกันตามกติกาสากลแบบนานาอาระยะประเทศไม่ได้

จึงมีการวางแผนใหม่ ทบทวนกลยุทธ์กันใหม่ ส่วนหนึ่งของแผนแอบเจรจากับทักษิณในทางลับ ขอสงบศึกแล้วกลับมาเหมือนเดิม แต่ เบื้องหลังการเจราจาก็แอบซ่อนมีดเอาไว้ด้านหลังด้วย

มีดที่อยู่ด้านหลัง กำลังคิดวิธีการอย่างแยบยลขึ้นมาครั้งใหม่ ใช้เวลา3ปี แผนนั้นก็เสร็จสมบูรณ์

3ปีผ่าน

อำนาจนั้นกลับตาลปัดไปแล้ว ด้วยกำลังติดอาวุธ ปิดประเทศแต่ยังปากดี แล้วร่วมกันร้องตะโกนว่า”จะคืนความสุขให้ประชาชน ขอเวลาหน่อย”

ทันทีที่อำนาจเปลี่ยนมือ พวก ถือแส้ม้า ก็เปลี่ยนไป

จากทหารเลว ทหารผู้จังรัก กลายเป็นทหารการเมือง ทหารผู้หลงใหลในอำนาจแสงสี ทหารผู้ได้รับกลิ่นไอความทะเยอทะยาน ความละโมบเข้ามาสิงสถิตแทน

แผน ที่คิดว่าสมบูรณ์แล้วได้เปิดกล่องขึ้นมาใช้ในทันที

ภายในประเทศ จัดการกวาดล้างเหล่าผู้ร่วมอุดมการณ์ และแนวร่วมที่ครั้งหนึ่งต้องชะตากรรม สูญเสียเพื่อนสูญเสียญาติพี่น้องในครั้งก่อนและต้องโทษจำขังอีกหลายครอบครัว ยังคงเกาะกลุ่มกันอย่างเหนี่ยวแน่น โดยการสั่งให้มารายงานตัวแล้วมิอนุญาตให้กลับบ้าน จัดการแยกออกมาทีละกลุ่มทีละชุด พวกหัวอ่อนที่ยอมจำนนหลังจากได้ อบรม ข่มขู่ ล้างสมองกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ปล่อยตัวกลับบ้านกันไป ส่วนพวกหัวแข็งที่ไม่ยอมเข้าค่ายอบรมล้างสมองแต่โดยดี ก็สั่งตามไล่ล่า เอาตัวมาขึ้นเขียง จำขัง ขึ้นศาลสถิตที่คล้ายว่ายุติธรรมกันไป โดยยัดข้อหาหนักหน่วงอาจมีโทษจำคุกถึง10ปีขึ้นไปกันเลยทีเดียว

ปฏิบัติ ด้วยอำนาจปืนเพียงเดือนเดียว กองทัพสรุปทันที 70เปอร์เซ็นต์ของประชาชนถูกล้างสมองเรียบร้อยแล้ว ทุกคนเข้าใจดีหมดแล้วประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ต้องแบบทหารที่เข้ามายึดอำนาจในครั้งนี้ ถึงจะเรียกว่าประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ภายนอกประเทศ ผู้นำใหม่ที่เพิ่งออกจากเตามาหมาดหมาด ประกาศอย่างอหังการ์ ประเทศข้าฯนี้ยิ่งใหญ่นักไม่คิดจะง้อผู้ใดในโลกอีกแล้ว “เราจะอยู่อย่างเรา ไม่พึ่งพาใคร”

แม้จะโดนตอบโต้ออกมาจากหลายประเทศที่เคยร่วมมิตร อย่างไมตรี “คืนอำนาจให้ประชาชนไปเสียเถิด” ก็ไม่สนใจฟัง ยอมสละแล้วซึ่งมิตรไมตรี ยอมหักดิบเดียวดายมันอยู่ในโลกแห่งนี้ดีกว่า

แต่ เมื่อถึงเวลาเข้าจริงๆมันทำไม่ได้อย่างที่ตนเองคิด ในโลกเล็กๆใบนี้มันสื่อสารกันแค่วินาทีเดียวก็รู้เรื่องกันหมดแล้ว การค้า การทำธุรกิจที่ผูกพันกันมานาน ด้วยแค่ตัวหนังสือในกระดาษก็สามารถโอนถ่ายเงินกันได้แล้ว มันต้องชะงักกันไปหมด สัญญาในกระดาษอาจถูกยกเลิก เงินที่เป็นสภาพคล่องจากกระแสเงินที่ต้องผ่านเข้าออกเกือบทุกนาที ค่อยๆถูกทำลายลงไป ตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นแหล่งทำมาหากินของคนรวยจริง กำลังจะล่มสลายลงไป เหตุจากพื้นฐานของกิจการที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เริ่มสั่นคลอนด้วยเสถียรภาพของตัวมันเอง อันสืบเนื่องมาจากหลายปัจจัยที่ต้องพึ่งพาจากต่างประเทศ เหล่านี้ที่ทำให้ผู้นำใหม่ ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นทวีคูณขึ้นทุกวัน

รัฐบาลใหม่ก็ยังตั้งไม่ได้ คณะรัฐมนตรีก็หาตัวมาลงไม่ได้ มันยากเย็นแสนเข็นนัก จำต้องเป็น ผู้นำคณะลิเก ต่อไปกันแบบนี้เรื่อยๆ หาที่สิ้นสุดตรงไหนมิได้ซักที เหล่าผู้ร่วมยึดอำนาจก็กระจายกันไปคุมกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แบบนั้น ประกาศออกมาทีไรก็ไอ้คนเดิมทุกที จนผู้ถูกแต่งตั้งอาจจะจำไม่ได้ว่าตนเองนั้นนั่งคุมอะไรกันบ้าง แต่ละคนมันเยอะซะเหลือเกิน

ผลพวงจากการยึดอำนาจในครั้งนี้ แม้ชนะได้ ประชาชนถูกกดหัวให้เชื่อฟังผู้นำได้จริง แต่สิ่งหนึ่งที่สูญเสียไปอย่างมหาศาลที่ไม่ได้คิดถึงข้อนี้กันเลย นั่นก็คือ สมบัติที่เป็นทรัพย์สิน เป็นเงิน ที่มันเคยงอกเงยขึ้นมาทุกวัน มันกำลังถูกแซะถูกทำลายไปทีละน้อย ในตลาดหลักทรัพย์เอง ค่าของมันเคยอยู่ที่ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าออก มันเคยงอกเงยมาล้านบาทมาถึงวันนี้มันตรงกันข้ามเสียแล้ว ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าออก มันถูกลดค่าของมันไปครั้งละไม่ต่ำกว่าล้านบาทไปแล้ว

ทุกสารทิศที่ลูกหลานเดินทางไป เคยได้รับความอบอุ่น ซาบซึ้ง กลายเป็นได้รับการรังเกียจเดียดฉันจากผู้ต้อนรับไปเสียแล้ว วงศ์ตระกูลกำลังตกต่ำไปเรื่อยๆจากสายตาของสื่อต่างประเทศ

หากจะโทษใครอีก ในครั้งกระนี้ ก็คงไม่พ้นคนที่ชื่อ ทักษิณ อีกเช่นเคย

ถ้า วันนี้ไม่มี ทักษิณ ท่านผู้อวุโสสูงสุด คงไม่พบชะตากรรมเช่นนี้ เป็นแน่แท้

แม้ว่า รู้ทั้งรู้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทักษิณ หมดสภาพไปนานแล้วสำหรับประชาชนในประเทศ แต่ด้วยกระบวนการนี้เมื่อมีอะไรผิดพลาด แล้ว หาคำตอบไม่ได้ ทักษิณจึงต้องกลายเป็นสัญลักษณ์ในเรื่องนี้ต่อไปและอีกต่อไปอย่างเนินนานไม่มีวันจบสิ้น จนกว่าประชาชนจะชนะด้วยตัวของประชาชนเองเท่านั้น ชื่อทักษิณจึงจะหมดไปโดยปริยาย

ผู้คนที่คิดว่าตนเองคือผู้ชนะยังหลงระเริงกันไม่เลิก เลี้ยงฉลองกันไม่มีวันจบสิ้น ความโอ้อวดคุยโม้ทยอยกันออกมาทางสื่อมากมาย ทั้งที่มีหน่วยข่าวกรองของท่านผู้นำทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ก็ถูกนำเอามาเชื่อมโยงจนได้ถึงเบื้องหลังการยึดอำนาจครั้งนี้ ใครเป็นผู้กระทำ ใครเป็นผู้วางแผน แผนที่กำหนดมาให้ประชาชนสองฝ่ายเข่นฆ่ากันเอง จนกระทั่งสื่อต่างชาติจับทิศทางได้ทั้งหมด จากที่เคยคาดเดาเอาไว้ก็สามารถแคะออกมาได้ทั้งหมด ใครคือผู้บงการตัวจริง

อีกด้านหนึ่งที่คิดว่าตนเองพ่ายแพ้ ก็ยัง ทะเลาะกันไม่เลิก แกนนำคนเสื้อแดงถูกประณามกันมากที่สุด และได้บังเกิดผู้เก่งกล้ามากมายเหลือเกิน “กูบอกแล้ว” ทำแบบนี้มันชนะได้อย่างไร

ทฤษฏีต่างๆพรั่งพรูกันออกมาไม่ว่าของเชกูวารา ไม่ว่าของมาร์คแอนเลนิน ไม่ว่าของมหาตมคานที หรือแม้แต่ทฤษฏีของกลุ่มผู้ก่อการร้าย อัลกออีดะ หรือกลุ่มโจรสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ถูกนำมาเสนอ ถูกนำออกมาเปรียบเทียบ ในการประยุคใช้ เหล่านี้คือจิตใจของผู้บริสุทธิ์ ที่สูญเสียสิ่งที่ตนเองรักไป แล้วหวังจะเอาคนในเร็ววัน มันได้ถูกเพาะเป็นเชื้อตัวใหม่ขึ้นมาแล้วในสมองของ มนุษย์ที่อยู่ในประเทศนี้แล้ว

อะไรจะเกิดขึ้นนับจากนี้ไป “ประชาชนจะสู้กันตรงๆกับ ตัวก่อปัญหาเลยหรือไม่” ก็น่าคิดครับ เพราะคนในประเทศนี้ที่อาศัยในประเทศที่เป็นเสรี เปิดตัวตนออกมาหลายคนแล้ว “กูจะสู้กับมึง ตรงๆเลย”

ความหวังลางๆที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงได้แค่ไหน จุดชนวนขึ้นมาก่อนใครเพื่อน “องค์กรเสรีไทย” โดยกลุ่มก้อนที่หนีไปต่างประเทศ รวมตัวกันตั้งขึ้นมา ในแนวทาง “ล้อมประเทศ” ประจานผู้นำประเทศ บีบให้พวกยึดอำนาจคืนอำนาจมาให้ประชาชนในเร็ววัน

แต่แนวทางมันยังคลุมเครือ ในเมื่อกล้าถึงขนาดนี้แล้ว ยอมสละ ตนเองทำได้ถึงเพียงนี้แล้ว อีกนิดเดียวทำไมถึงไม่กล้าทำ กล้าไหมที่จะประกาศว่า “องค์กรนี้ สู้อยู่กับใคร”

ทั้งหมดที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพียงเรื่องภายในครอบครับตัวเองเท่านั้น ก่อกันขึ้นมาแล้ว แก้ไม่ได้ บานปลายจนทำให้ประชาชนเดือดร้องทั้งประเทศ ประชาชนทั้งสองฝั่งเสียชีวิตให้กับเรื่องพินัยกรรมนี้ไปมากกว่า 200 ศพเข้าไปแล้ว

ศึกบัลลังก์เลือดแท้ๆ แต่เลือดนั้นดันตกมาเป็นของประชาชน
มันถึงเวลากันหรือยัง ที่ทุกคนกล้าพูดความจริงกันซักที ครับ “เราจะสู้กับใคร” เอวัง ได้เสียกันม้วนเดียวไปเลย จะตายหมื่น ตายแสนหรือ ตายล้าน มันก็คือตายเหมือนกัน
จะตายเพื่อคนตระกูลเดียว หรือตายเพื่อ อิสรภาพถาวร ก็เลือกเอา 

๓ ก.ค. ๕๗ สี่สิบสามวัน ภายใต้กฎเผด็จการโจร คสช. ที่ปล้นประชาชนและประเทศชาติทำให้เดือดร้อนไปทั่วประเทศและสังคมโลก...ขณะนี้เผด็จการโจร คสช. เดินมาถึงทางมาถึงปากเหว ปัญหาต่างๆกำลังตามมา"กรรมติดจรวด" กระแทกกลับใกล้ตกเหวตายเข้าไปทุกที....


3 กรกฎาคม 2014 - 11:45
ปฏิวัติมาเพื่อแก้ปัญหาจิ๊บๆแลกกับโดยบอยคอตไปทั่วโลกคุ้มมั๊ยเหมือนเอาปลัดอบต.มาเป็นผู้ว่ากทม. เอาพลทหารมาเต้น เอาปจว.มาร้องเพลงลูกทุ่งออกคอนเสริต์เบิกเงินกันไปเงิบๆเอาบอล์ลโลกมาคืนความสุขให้คนไทยชิวๆไป อาร์เอสรวยไม่ต้องหาสปอนเซอร์ ทหารจัดให้
เอาหนังมาฉายให้ชมฟรี หนังเรื่องนี้ซื้อตั๋วดูไม่มีใครซื้อแต่ดูฟรี..เอา ช่วยเจ้าของหนังลดขาดทุนไปได้
เอา 14 นักโทษเขมรแลก 1 นักโทษไทย.. สื่อปลื้มกันไปทั้งประเทศ เอาตัวกลับมาช่วยด่าทักษิณต่อ
จัดหวยเถื่อนในมือยี่ปั้วซาปั้ว ยิ่งจัดยิ่งแพงกว่าเดิม
จัดระเบียบรถตู้.. เปลี่ยนคนคุมคิวรถจากตำรวจเป็นทหาร
ผลงานที่ผ่านมาหนึ่งเดือน ทำแต่งานระดับ อบต.
จำนำข้าวจ่ายเงินได้ก็เพราะไอ้เทือกมันไม่มาไล่บี้ .. มันไฟเขียวเปิดทาง
ย้ายข้าราชการได้เพราะถวิล ไม่เปลี่ยนสี เลยไม่มีเรื่อง
ศาลสงบ องค์กรอิสระนิ่ง กกต.เฮี้ยแบบไอ้สมชัยไม่พูดสักคำ.. มันพวกเดียวกันทั้งนั้น ที่ไม่วุ่นวายก็เพราะมรึงหยุดก่อกวน
จากนี้ไป คิดเหรอว่าจะให้คนทั้งประเทศพร้อมใจกันเลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้มาเป็นเสียงข้างมาก
งานนี้จะโดนคนไทยทั้งประเทศสั่งสอนเอา... มรึงคอยดู
งานนี้ไม่หมูอย่างที่พวกมรึงคิด... ไอ้บังปฏิวัติมันไม่โดนนานาชาติรุม มันยังลงไปนั่งจุกอยู่ในสภารอวันตายอย่างหมาตัวหนึ่ง
เสือกคิดการใหญ่ไม่ดูตาม้าตาเรือ เดินตามไอ้บังสามจิ๋ม นึกว่าจะเหมือนกัน
แต่กรรมติดจรวด.. แค่เดือนแรกที่ประกาศยึดอำนาจ ต่างชาติบอยคอตไปครึ่งโลก.. กรรมมาไวจริงๆ
ขอให้โชคดี... ชีวิตครึ่งหลังหวังไปอยู่ออสเตรเลีย ถึงกับซื้อบ้านซื้อช่องเตรียมไว้ แล้วไง.. เมียถูกปฏิเสธวิซ่าเข้าประเทศเงิบมั๊ย...
ยังไม่พอ สินค้าไทยถูกต่อต้านไปทั่วโลก ส่งกันไม่ออก ยางเจ๊งปิดโรงงาน ไม่มีหมาตัวไหนมานำม๊อบปิดถนนขอราคาร้อยยี่สิบอีก
กุ้งเรียบร้อย.. ส่งไม่ออก สิ่งทอประกาศปลดคนงานเลิกกิจการในตลาดหลักทรัพย์หนักหนาสาหัสเข้าขั้นหมดตัวกันแล้ว ยังไม่พอ
ญี่ปุ่นกำลังจะย้ายออกหลังคิดว่ายังไงเพื่อไทยก็ได้เสียงข้างมากคงไม่เป็นไรม๊อบเล็กๆเดี๋ยวก็เลิก

ที่ไหนได้ม๊อประยำ มีสีแอบบอยู่ข้างหลัง มีระบอบ ตุลาการ นิติบัญญัติที่วางหมากไว้ มีองค์กรอิสระกระทืบซ้ำ

ฝ่ายบริหารที่ประชาชนเลือกมา โดนรุมกระทืบตายคาตีน.. ญี่ปุ่นเขาจะอยู่เหรอ คดีฮิโรยูกิไม่ไปถึงไหนทั้งที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาล
ใครก็มองออก ศาล ตุลาการไทย มีปัญหา คดีเพชรซาอุ อัลรูไวรี่... ซาอุจำเข้ากระดูก.. ชาตินี้อย่าหวังปรองดอง
แล้วปฏิวัติมาเพื่ออะไร...
ไอ้เทือกบอกปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง... คสช.จัดให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
ไอ้เทือกบอกเอากรรมการร่างใหม่ คสช. จัดให้ มีกรรมาธิการร่างรธน.ใหม่...
ไอ้เทือกบอก เทือกตั้งต้องมาก่อนเลือกตั้ง.. หุห สว.ที่มีอยู่เป็นแผงแม้จะหาเสียงบนเวทีกปปส. ก็ไม่ผิดยังเป็นสว.ได้หน้าด้านๆ
ไอ้เทือกทำอะไรไม่มีความผิด สั่งฆ่าคนเป็นร้อยก็ได้ ไม่ไปศาลก็ได้ ยึดสถานที่ราชการก็ได้ ประกาศยึดอำนาจล้มล้างรัฐก็ได้
ไม่เห็นจำเป็นต้องไปขึ้นป้ายผ้าขอแบ่งแยกดินแดน.. เพราะมันเอาทั้งประเทศ...ไม่ต้องแบ่ง..
ถ้ายึดอำนาจมาเพื่อทำตามไอ้เทือก.. ก็แล้วแต่พณฯท่านเถอะครับ ผมจะไปทำอะไรได้ ก็ผมอาศัยท่านอยู่นี่ครับ..
ไม่มีสิทธิมีส่วนออกเสียงแต่อย่างใด แต่ถ้าจะขอให้ผมร่วมมือทำอะไร.. ผมคงต้องทบทวนเหมือนกัน